วันพฤหัสบดีที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2568

สรุปการประเมินและการสร้างเสริมพฤติกรรมทั้ง 4 ด้าน

การประเมินพัฒนาการด้านร่างกาย

พัฒนาการด้านร่างกายของเด็กอนุบาลมีอัตราการเจริญเติบโตเป็นไปอย่างรวดเร็วมากเมื่อ เปรียบเทียบกับพัฒนาการทางด้านอารมณ์ จิตใจ สังคมและสติปัญญา เมื่อเด็กย่างเข้าสู่วัย 3-4 ปี พัฒนาการด้านร่างกายจะปรากฏในรูปของความสามารถในการใช้อวัยวะต่าง ๆ ของ ร่างกายได้ชัดเจนขึ้น ทั้งความสามารถในการทำงานประสานกันของกล้ามเนื้อใหญ่ และการทำงาน ประสานกันของกล้ามเนื้อเล็ก

การทำงานประสานกันของกล้ามเนื้อใหญ่ หมายถึง การพัฒนาความสามารถในการบังคับ กล้ามเนื้อที่ใช้ในการเคลื่อนไหวของร่างกาย ได้แก่ การเดิน การวิ่ง การกระโดด การเตะลูกบอล การปืนป่าย และการจับหรือขว้างลูกบอล เป็นต้น

การทำงานประสานกันของกล้ามเนื้อเล็ก หมายถึง การพัฒนาความสามารถในการบังคับ กล้ามเนื้อเล็กส่วนต่าง ๆ ให้ทำงานประสานกัน เช่น ตากับมือ ได้แก่ การวาดภาพ การลากเส้น دول การตัดกระดาษ การร้อยลูกปัด และการลากเส้นตามรอยปะ เป็นต้น

ทิศนา แขมมณี และคณะ (2536) กล่าวว่า พัฒนาการด้านร่างกายของเด็กปฐมวัยมี 2 ลักษณะใหญ่ ๆ คือ พัฒนาการทางสุขภาพ และพัฒนาการทางการเคลื่อนไหว

1. พัฒนาการทางสุขภาพ

ดัชนีสำคัญในการบ่งชี้ถึงสุขภาพ ได้แก่ น้ำหนัก และส่วนสูง เด็กควรมีน้ำหนักและส่วนสูง สมวัย และมีการเพิ่มน้ำหนักและส่วนสูงตามอัตราการเพิ่มโดยเฉลี่ยของเด็กในประเทศของตน

วิธีการประเมิน ทำได้โดยการวัดส่วนสูงและชั่งน้ำหนักแล้วนำไปเปรียบเทียบกับเกณฑ์ มาตรฐานของเด็กไทย

พัฒนาการทางสุขภาพอีกประการหนึ่งที่ครูสามารถประเมินได้ คือ ลักษณะ ร่างกายโดย ทั่วไปและโรคประจำตัว โรคบางอย่างนั้นอาจแสดงอาการปรากฏออกมาให้เห็นได้ เช่น โรคเลือด ออกตามไรฟัน โรคปากนกกระจอก โรคซึมเศร้า เป็นต้น (ดวงเดือน ศาสตรภัทร, 2537) นอกจากนั้น แล้วลักษณะทางด้านร่างกายที่ควรตรวจสอบเป็นประจำได้แก่ ตา หู จมูก ปาก ผิวหนัง เล็บ ผมและ ฟัน เป็นต้น ถ้าครูสังเกตพบสิ่งผิดปกติควรบันทึกในแบบบันทึกทั้งรายบุคคล และรายกลุ่มเพื่อ นำเสนอให้ผู้ปกครองหรือแพทย์ตรวจรักษาแก้ไขต่อไป


การประเมินพัฒนาการด้านอารมณ์ จิตใจ และสังคมของเด็ก ๆ มีวิธีการต่าง ๆ หลายวิธี ดังต่อไปนี้ (นภเนตร ธรรมบวร, 2544 ดวงเดือน ศาสตรภัทร, 2537 และสิริมา ภิญโญอนันตพงษ์, 2545)

1. การสังเกต ควรสังเกตจากสถานการณ์จริงที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันของเด็ก โดยอาจ สังเกตเป็นรายบุคคลหรือเป็นรายกลุ่มก็ได้แล้วจดบันทึกไว้ การเล่นของเด็กในแต่ละเหตุการณ์ อาจจะให้เรื่องราวมากน้อยเกี่ยวกับตัวเด็ก อย่างไรก็ตามรูปแบบที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ จากการสังเกต หลาย ๆ ครั้ง จะช่วยให้ครูทราบถึงพัฒนาการทางด้านอารมณ์ จิตใจและสังคมของเด็ก

2. การรวบรวมผลงานเด็ก ผลงานต่าง ๆ ของเด็ก เช่น ภาพวาด ภาพปั้น ผลงานทางศิลปะ ของเด็ก หรือแม้แต่บันทึกของเด็กจะแสดงให้เห็นถึงพัฒนาการทางด้านอารมณ์ จิตใจและสังคม ของเด็ก พัฒนาทางด้านอารมณ์และจิตใจของเด็กจะสะท้อนผ่านงานศิลปะ การใช้สีและภาพวาด ของเด็กในช่วงอารมณ์ต่าง ๆ จะแตกต่างกัน

3. การสัมภาษณ์พูดคุย อาจเกิดขึ้นได้กับทั้งเด็กและผู้ปกครอง ทั้งนี้เนื่องจากพัฒนาการ ด้านอารมณ์ จิตใจและสังคม เป็นเรื่องที่สลับซับซ้อนและละเอียดอ่อน ยากต่อการสังเกต การพูดคุย กับเด็กโดยตรงจะช่วยให้ครูเข้าใจความรู้สึกนึกคิดของเด็กและไม่ด่วนสรุปตัดสินหรือ ตีความ พฤติกรรมเด็กเร็วเกินไป

4. การใช้แบบทดสอบ เป็นการทดสอบเพื่อต้องการทราบความรู้สึกของเด็กปฐมวัยโดยการ สร้างสถานการณ์ (รูปภาพ) มาถามแล้วให้เด็กตอบโดยเลือกรูปที่แสดงอารมณ์ต่าง ๆ กัน ทั้งนี้เพื่อ ประเมินความรู้สึกนึกคิดของเด็กที่มีต่อเหตุการณ์ต่าง ๆ นั่นเอง

ทั้งนี้ครูมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องทราบถึงลำดับขั้นตอนของพัฒนาการทางด้านอารมณ์ จิตใจ และสังคม ของเด็กเป็นอย่างดี


การประเมินพัฒนาการด้านอารมณ์ สังคม

พัฒนาการทางด้านอารมณ์ จิตใจและสังคมของเด็กอาจรวมถึงพฤติกรรมการแสดงออก ต่าง ๆ มากมาย McAfee และ Leong (2002) ได้กล่าวสรุปเป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ ดังนี้

1. พัฒนาการด้านบุคลิกภาพ พัฒนาการทางด้านนี้จะรวมถึงความคิดรวบยอดเกี่ยวกับ ตนเองของเด็ก และพัฒนาการทางด้านอารมณ์

2. พัฒนาการทางสังคม พัฒนาการทางด้านนี้ ได้แก่ ความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนและบุคคล ต่าง ๆ รอบตัวเด็กนั่นเอง

พัฒนาการทางอารมณ์-จิตใจของเด็กพัฒนาจากง่ายไปสู่พัฒนาการที่สลับซับซ้อนมากขึ้น จากอารมณ์ที่ไม่อาจควบคุมได้ไปสู่อารมณ์ที่ควบคุมได้ พัฒนาการทางอารมณ์จะรวมถึงการเติบโต และการเปลี่ยนแปลงอารมณ์พื้นฐานของเด็ก อันได้แก่ ความกลัว ความโกรธ เป็นต้น นอกจากนั้น ยังครอบคลุมไปถึงอารมณ์ที่ซับซ้อนมากขึ้น ได้แก่ ความรู้สึกผิด ความอิจฉา ความภูมิใจ เป็นต้น และความสามารถในการควบคุมการแสดงออกของอารมณ์ต่าง ๆ เหล่านี้

พัฒนาการทางสังคม หมายรวมถึง การเรียนรู้ทักษะในการปฏิสัมพันธ์ที่สลับซับซ้อน รวมตลอดถึงความสามารถในการตอบสนองทางสังคมต่าง ๆ เช่น มารยาทในการอยู่ร่วมกับผู้อื่น การเลือกใช้คำพูดที่เหมาะสมกับสถานการณ์ต่าง ๆ นอกจากนั้นยังหมายรวมถึง ความสามารถใน การเข้าใจในสถานการณ์ อารมณ์ และความรู้สึกของผู้อื่นอีกด้วย รวมตลอดถึงความสามารถ ในการแก้ปัญหาต่าง ๆ และบทบาททางสังคม


การประเมินพัฒนาการด้านสติปัญญา

พัฒนาการทางสติปัญญาในเด็กปฐมวัย มี 2 ด้าน (ทิศนา แขมมณี และคณะ, 2536) คือ

1. พัฒนาการทางการเรียนรู้และการปรับตัว อันได้แก่ ความสามารถในการจำ การรู้จักคิด การใช้เหตุผล การตีความ จินตนาการ การอนุรักษ์ การจัดแยกประเภทสิ่งของ ความเข้าใจเกี่ยวกับ จำนวนและการแก้ปัญหา เป็นต้น

2. พัฒนาการทางด้านภาษา ภาษามีความสำคัญต่อชีวิตมนุษย์เป็นอย่างมาก พัฒนาการ ทางด้านภาษาของมนุษย์เริ่มจากภาษาพูดไปสู่ภาษาเขียน ดังนั้นการเรียนรู้ด้านภาษาในเด็ก ปฐมวัยจึงเน้นที่ภาษาพูด และการใช้ภาษาได้เหมาะสมกับกาละเทศะ ซึ่งมีส่วนสำคัญยิ่งต่อการ เรียนรู้ของเด็กต่อไป


ที่มา : https://drive.google.com/file/d/1IVRlxXQMfFGFFQ4vPO4V3GoUbd92bpeJ/view?usp=sharing

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น